เอมิล สมิธ โรว์ กองกลางดาวรุ่งอนาคตไกลของอาร์เซนอล เขาเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2000 ที่เมืองครอยดอนทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ไม่ได้มีเงินใช้อย่างฟุ่มเฟือย เขามีพ่อที่เป็นนักฟุตบอลสมัครเล่นเป็นแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอล สมิธ โรว์ ได้รับการเรียนรู้ทักษะการเล่นฟุตบอลมาจากพ่อของเขาที่คอยฝึกสอนในทักษะและเทคนิคต่างๆ ให้ตั้งแต่เขายังเด็ก จนทำให้เขามีความชื่นชอบและหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เขามี แฟรง แลมพาร์ด ตำนานกองกลางของเชลซีเป็นนักเตะในดวงใจ

ต่อมาครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน และมันเป็นการเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของเขาอย่างแท้จริง ด้วยการเริ่มต้นเข้าไปทดสอบฝีเท้าและเซ็นสัญญากับอคาเดมี่ของสโมสรอาร์เซนอล ในปี 2010 ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น

เขาเริ่มทำการฝึกฝนทักษะการเป็นนักฟุตบอล ด้วยความมุ่งมั่นและมีความขยันในการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก โดย สมิธ โรว์ เป็นเด็กที่มีรูปร่างค่อนข้างที่จะบอบบาง และเขาก็มีพรสวรรค์ในการมีเทคนิคการเล่นที่เฉพาะตัวของเขา และมีฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไปไกลมากกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน ทำให้เขากลายเป็นนักเตะเยาวชนของอาร์เซนอลที่ได้รับความคาดหวังจากทีมโค้ชของทีมเยาวชนว่าเขาจะกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับอาร์เซนอลในอนาคตอย่างแน่นอน

และด้วยความสามารถที่เก่งกาจ และฟอร์มการเล่นในสนามที่โดดเด่นของเขา ทำให้ สมิธ โรว์ ได้รับความสนใจจากสื่อของประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก และได้ยกย่องให้เขาเป็น วันเดอร์คิดคนใหม่ของอังกฤษในตอนนั้น

ในปี 2016 สมิธ โรว์ ในวัย 16 ปี ถูกเลือกให้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปีของอาร์เซนอล และด้วยความสามารถที่มีอยู่อย่างเหลือล้นของเขาทำให้ สมิธ โรว์ ขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับทีมได้ในเวลาอันรวดเร็ว และในปีนั้นเอง เขาก็ถูกเรียกให้ไปเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และในปี 2017 เขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี มาได้สำเร็จ และหลังจากเกมดังกล่าวทำให้ชื่อของเขาโด่งดังขึ้นมาในพริบตา

และหลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจจากทีมฟุตบอลชื่อดังอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ,บาร์เซโลนา และในที่สุดแล้ว สมิธ โรว์ ก็เลือกที่จะอยู่กับอาร์เซนอล ต่อไป ทำให้เขาได้รับการชื่นชมจากแฟนบอลของอาร์เซนอลเป็นอย่างมาก

ในปี 2018 สมิธ โรว์ ได้เซ็นสัญญาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรก โดยมีระยะเวลา 5 ปี ในช่วงแรกของการขึ้นมาติดในทีมชุดใหญ่นั้น เขายังไม่มีโอกาสในการลงสนามแต่ขาก็ยังได้ทำการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอลอยู่เสมอ และในบางครั้ง เขาก็ยังไม่มีชื่ออยู่ในตัวสำรองของทีมชุดใหญ่อีกด้วย

และด้วยความสามารถของเขาทำให้หลังจากที่เขามีชื่อเป็นตัวรองในทีมชุดใหญ่อยู่ระยะหนึ่ง เขาก็ได้รับโอกาสในการลงสนามในฐานะนักเตะของอาร์เซนอลเป็นครั้งแรก ในเดือนกันยายน 2018 ในเกมที่พบกับ Vorskla Poltava ในรายการยูฟ่า ยูโรป้าลีก โดยเขาลงไปเป็นตัวสำรองแทนที่ อเล็กซ์ อิโวบี้ ในช่วงครึ่งหลังของเกม

และหลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้ลงสนามอีกครั้งในศึกยูโรป้าลีก โดยในเกมนี้เขาสามารถทำประตูได้กับทีมช่วยให้อาร์เซนอล เอาชนะ คาราบัค มาด้วยสกอร์ 3-0 และทำให้ สมิธ โรว์ กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของอาร์เซนอลที่สามารถทำประตูได้ นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะคนแรกที่เกิดในปี 2000 ที่สามารถยิงประตูให้กับอาร์เซนอลได้อีกด้วย

ในปี 2019 เขาย้ายไปร่วมทีมกับ แอร์เบ ไลพ์ซิช ทีมฟุตบอลในบุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยสัญญายืมตัว เพื่อต้องการหาประสบการณ์ในการลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง แต่เนื่องจากการย้ายทีมของเขาในครั้งนี้ เขามีอาการบาดเจ็บทำให้ สมิธ โรว์ ไม่ค่อยมีโอกาสในการลงสนามอย่างที่เขาได้ตั้งใจไว้ ซึ่งมันก็ทำให้เขาไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการเล่นของทีมได้ ในที่สุดเขาก็มีโอกาสในการลงสนามให้กับ แอร์เบ ไลพ์ซิช เพียง 3 นัดเท่านั้น

ในฤดูกาล 2019-2020 เขากลับมาฟิตร่างกายและสภาพจิตใจกับอาร์เซนอล จนฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ แต่ในตอนนั้นอาร์เซนอล เต็มไปด้วยนักเตะระดับแนวหน้าอยู่เต็มทีม ทำให้ สมิธ โรว์ ไม่สามารถสอดแทรกเพื่อหาโอกาสในการลงสนามได้เลย ทำให้ อาร์เซนอล ได้ตัดสินใจ ปล่อยตัวเขาไปเล่นให้กับ ฮัดเดอส์ฟีลด์ ทาวน์ ด้วยสัญญายืมตัว เพื่อเรียกความมั่นใจและพัฒนาฝีเท้าของเขา

และในการย้ายทีมในครั้งนี้ สมิธ โรว์ สามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี และยังได้รับโอกาสลงสนามอยู่บ่อยครั้ง เขากลายเป็นนักเตะที่เข้าเปลี่ยนแปลงแนวรุกให้กับ ฮัดเดอส์ฟีลด์ ได้อย่างยอดเยี่ยม และเขาก็ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้สำเร็จ และยังมีโอกาสลงสนามในทุกนัดในฤดูกาลนั้น และสามารถช่วยทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ และด้วยการฝึกซ้อมที่เข้มข้นของ ฮัดเดอส์ฟีลส์ ทำให้เขาได้พัฒนาฝีเท้าของตัวเองมากขึ้น และกลับมามีความมั่นใจในการเล่นอีกครั้ง

ในฤดูกาล 2020-2021 เขากลับมาเล่นให้กับอาร์เซนอลอีกครั้งด้วยความมั่นใจมากกว่าเดิม และได้รับโอกาสให้การลงสนามอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ เขาเป็นนักเตะที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุกของอาร์เซนอลให้มีมากขึ้น และสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเข้ามายึดตำแหน่งตัวจริงได้สำเร็จ โดยเขาลงสนามไปถึง 33 นัดในทุกรายการ

ในฤดูกาล 2021-2022 เขาได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับอาร์เซนอลต่อไป และเปลี่ยนหมายเลขเสื้อจากเดิมคือหมายเลข 32 มาเป็นหมายเลข 10 ซึ่งเป็นหมายเลขของตำนานของอาร์เซนอล สมิธ โรว์ ซึ่งเป็นการการันตีว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับตำนานของอาร์เซนอลคนต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน

ผลงานในทีมชาติ สมิธ โรว์ ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษตั้งแต่ในปี 2015 ในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนให้ปัจจุบัน เขาลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี